ข่าวรอบโลก

: พิธีเสกสมรส “เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน” กับขนบประเพณีราชวงศ์อังกฤษ

นับเป็นงานใหญ่แห่งปีจริงๆ สำหรับพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ กับเมแกน มาร์เคิล พระคู่หมั้น

ในงานที่จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติเมื่อวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่มีทั้งชาวอังกฤษและผู้คนจากทั่วโลกคอยชมพิธีดังกล่าวอย่างใจจดใจจ่อ

สล็อตออนไลน์

ท่ามกลางพิธีเสกสมรสที่ดูยิ่งใหญ่แต่เรียบง่ายจนหลายคนพากันชื่นชม รวมไปถึงการแสดงออกซึ่งความรักระหว่างคู่บ่าว-สาว ที่แสดงออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนระหว่างการประกอบพิธีเสกสมรส

หากแต่เรื่องหนึ่งที่มีการพูดถึงกันอย่างมาก คือการที่ราชวงศ์อังกฤษยอมผ่อนปรนขนบธรรมเนียมหลายสิ่งที่มีมาแต่โบราณอย่างที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็น

เรื่องแรกคือเรื่องเจ้าสาว คือ “เมแกน มาร์เคิล” ซึ่งเป็นดาราสาวที่เคยผ่านการแต่งงานมาและหย่ามาแล้ว

ซึ่งจริงๆ แล้ว การที่เชื้อพระวงศ์ระดับสูงจะมีสัมพันธ์กับผู้ที่เคยผ่านการหย่าร้างมาแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นบ่อยนัก

หากแต่ว่า เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในราชวงศ์อังกฤษ เพราะเมื่อครั้งปี ค.ศ.1936 สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ต้อง “สละราชสมบัติ” เนื่องจากขออภิเษกสมรสกับวอลลิส ซิมป์สัน แม่ม่ายชาวอเมริกัน ที่ผ่านการหย่าร้างมาแล้วถึง 2 ครั้ง

jumboslot

หลังจากนั้นยังมีเจ้าหญิงมาร์กาเร็ต ที่ถูกบังคับให้ตัดใจจาก “ปีเตอร์ ทาวน์เซนด์” คนรักที่เป็นหัวหน้าราชองครักษ์ ซึ่งเคยผ่านการหย่าร้างมาแล้วเช่นกัน

ผ่านไปอีกครึ่งศตวรรษ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสเป็นครั้งที่ 2 กับคามิลล่า ปาร์กเกอร์ โบว์ลส์ สาวม่ายที่เป็นคนสนิทของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์มานาน ซึ่งมีขึ้นได้เนื่องจากการปรับเปลี่ยนกฎของเชิร์ชออฟอิงแลนด์

หากแต่การอภิเษกสมรสดังกล่าวก็ยังเต็มไปด้วยความไม่เห็นด้วยของผู้คนจำนวนมาก

หากแต่สำหรับเมแกนกับเจ้าชายแฮร์รี หาใช่ไม่ เพราะเมแกนได้รับการต้อนรับอย่างเต็มที่จากราชวงศ์อังกฤษ แม้จะเคยผ่านการหย่าร้างมาแล้วก็ตาม

สิ่งที่ต่างไปจากประเพณีเดิมของราชวงศ์อังกฤษ คือเรื่องของการจุมพิตระหว่างเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนหลังเสร็จพิธีเสกสมรส ไม่ได้เกิดขึ้นที่ระเบียงมุขของพระราชวังบักกิงแฮม เหมือนกับคู่อื่นๆ

ซึ่งการจุมพิตของคู่บ่าว-สาวใหม่ของเชื้อพระวงศ์อังกฤษ ที่ระเบียงมุขของพระราชวังบักกิงแฮม เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1982 สมัยที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงไดอาน่า

หลังจากนั้น ก็คู่ของเจ้าชายแอนดรูว์ กับซาราห์ เฟอร์กูสัน และเจ้าชายวิลเลียม กับเคท มิดเดิลตัน

แต่ด้วยความที่พิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีกับเมแกน จัดขึ้นที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ในพระราชวังวินด์เซอร์ ไม่ได้จัดในกรุงลอนดอน จึงไม่มีระเบียงมุข

แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้ง “จุมพิต” แห่งความรักของคนทั้งคู่ได้

ภาพแห่งความประทับใจของการจุมพิตจึงเกิดขึ้นที่หน้าประตูพระราชวังวินด์เซอร์นั่นเอง

เครดิตฟรี

ขณะที่โดยธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว ในคืนก่อนหน้าเข้าพิธีเสกสมรส คู่บ่าว-สาวของเชื้อพระวงศ์อังกฤษจะต้องอยู่แยกกันภายในบริเวณพระราชวัง

อย่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ประทับที่พระราชวังบักกิงแฮม

ส่วนเจ้าหญิงไดอาน่า ประทับที่พระตำหนักแคลเรนซ์ ซึ่งอยู่ใกล้กัน

แต่คู่ของเจ้าชายวิลเลียมนั้น เคทพักอยู่ที่โรงแรมเดอะกอริง ส่วนเจ้าชายวิลเลียม ประทับที่พระตำหนักแคลเรนซ์

อย่างไรก็ตาม สำหรับคู่ของเจ้าชายแฮร์รี ดูจะแตกต่างโดยสิ้นเชิง เพราะเจ้าชายแฮร์รีประทับที่โรงแรมโคเวิร์ธ พาร์ก ส่วนเมแกนพักที่โรงแรมคลิฟเดน เฮาส์

ส่วนเค้กในพิธีเสกสมรสตามธรรมเนียมของราชวงศ์อังกฤษ เค้กแต่งงานส่วนใหญ่จะต้องเป็นเค้กหลายชั้น ที่เป็นเค้กผลไม้ เคลือบด้วยมาร์ซิแพน และโรยไอซิ่งอย่างหนา หากแต่งานเสกสมรสครั้งนี้ เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนเลือกเค้กเลมอนและดอกเอลเดอร์ ที่เคลือบด้วยบัตเตอร์ครีมและดอกไม้สด

เพื่อต้องการที่จะรื่นเริงไปกับรสชาติประจำฤดูกาล

และที่ดูเป็นเรื่องดราม่าในช่วงสุดท้ายก่อนพิธีเสกสมรส คืองานนี้ไม่มีพ่อเจ้าสาวพาเจ้าสาวเข้าพิธีในโบสถ์

เนื่องจากนายโธมัส มาร์เคิล บิดาของฝ่ายเจ้าสาวต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ จึงกลายเป็นเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดาของเจ้าชายแฮร์รีที่ทรงพาเจ้าสาวเข้าสู่พิธีในโบสถ์แทน

งานครั้งนี้ยังถือว่าเป็นงานที่มีดารามาร่วมมากที่สุดด้วย เหตุเพราะเมแกนเป็นดารานั่นเอง จึงได้ชวนเพื่อนๆ นักแสดงมาร่วมงานด้วย สำหรับบรายด์เมดและเพจบอยนั้น ก็ไม่ได้มีแต่เด็กๆ ที่มาจากฝั่งเชื้อพระวงศ์เหมือนที่ผ่านๆ มา เพราะมีเด็กๆ จากฝั่งเจ้าสาวรวมอยู่ด้วย

พิธีเสกสมรสครั้งนี้ ยังเป็นพิธีที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติอย่างมาก เริ่มตั้งแต่บาทหลวงไมเคิล เคอร์รี่ อาร์กบิชอพศาสนจักรเอปิสโคปาลเชิร์ชของสหรัฐอเมริกา ที่กล่าวสุนทรพจน์ในโบสถ์ ที่กล่าวถึงเรื่องพลังแห่งความรัก และกล่าวเปิดด้วยคำกล่าวของมาร์ติน ลูเธอร์คิง จูเนียร์

และยังมีนักร้องประสานเสียงที่เป็นนักร้องผิวสีด้วย

สล็อต

สุดท้าย คือการที่เจ้าชายแฮร์รีกลายเป็นเชื้อพระวงศ์พระองค์แรกในรอบ 125 ปี ที่สามารถไว้เคราในพิธีเสกสมรสได้ โดยได้รับพระอนุญาตจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ให้เจ้าชายแฮร์รีสามารถไว้เคราได้แม้อยู่ในชุดเครื่องแบบทหาร

ขณะเข้าพิธีเสกสมรส และพระองค์ยังทรงเลือกที่จะสวมแหวนแต่งงาน ซึ่งต่างจากเชื้อพระวงศ์พระองค์อื่นๆ ที่เลือกจะไม่สวมแหวนแต่งงาน

แต่ไม่ว่าจะมีอะไรที่ผิดแปลกไปจากประเพณีดั้งเดิมที่เคยทำ ที่สุดแล้ว พิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รีกับเมแกน ก็ผ่านไปได้อย่างงดงาม

และน่าประทับใจอย่างยิ่ง
[เดอะ แฟ้บ โฟร์” พลังราชนิกุลรุ่นใหม่หนุนภาพลักษณ์สถาบัน]
ผู้ที่สนใจติดตามและมีความชื่นชมในสถาบันผู้ปกครองเลือดสีน้ำเงิน คงได้รับชมบรรยากาศพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี แห่งราชวงศ์อังกฤษ พระชันษา 33 ปี กับ น.ส.เมแกน มาร์เคิล นักแสดงสาวชาวอเมริกันเลือดผสม วัย 36 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทุกสำนักข่าวทั่วโลกได้ถ่ายทอดช่วงเวลาสำคัญของคู่บ่าวสาวและราชวงศ์อังกฤษ

ไม่เพียงเพราะเจ้าชายแฮร์รีเป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระประมุขแห่งราชวงศ์อังกฤษ และรั้งตำแหน่งรัชทายาทลำดับที่ 6 ในการสืบราชบัลลังก์เท่านั้น

เจ้าชายแฮร์รียังทรงเป็นเจ้าชายหนุ่มทรงเสน่ห์ ผู้มีวีรกรรมมากมายและครองหัวใจหญิงสาวอยู่จำนวนไม่น้อย ไม่แพ้พระเชษฐา เจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ผู้ทรงวางตัวได้อย่างน่าชื่นชมและเป็นแบบอย่างที่ดีในฐานะคนหนุ่มรุ่นใหม่

ที่สำคัญพิธีเสกสมรสครั้งนี้ยังถูกโฟกัสว่าเป็น “รักต่างฐานันดร” ในราชวงศ์อังกฤษอีกครั้ง หลังจากเจ้าชายวิลเลียมเสกสมรสกับเคท “ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์” พระชายา ที่เป็นหญิงสามัญชนเช่นกันในปี 2554แต่ในกรณีของมาร์เคิล อาจมีข้อแตกต่างจากเคท มิดเดิลตัน อยู่มากสักหน่อย

โดยมาร์เคิลไม่เพียงเป็นสาวสามัญชน หากยังมีเลือดผสมหลายเชื้อชาติอยู่ในตัว มารดาเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน ส่วนบิดาที่เป็นอดีตผู้กำกับแสงในฮอลลีวู้ด เป็นชาวดัตช์-ไอริช

ยิ่งไปกว่านั้น มาร์เคิลยังเป็นผู้หญิงที่ผ่านการหย่าร้างมาแล้ว

อีกทั้งยังมีอายุอานามมากกว่าเจ้าชายแฮร์รีถึง 3 ปี

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อ 2 ชั่วอายุคน ข้อแตกต่างเหล่านี้ จะเป็นอุปสรรคให้มาร์เคิลไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะได้รับพระราชานุญาตจากพระประมุขแห่งราชวงศ์อังกฤษ ผู้ยังทรงเป็นประมุขแห่งคริสตจักรเชิร์ชออฟอิงแลนด์ ให้ได้เสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รีอย่างแน่นอน

เนื่องจากมีการยึดธรรมเนียมราชประเพณีที่เป็นแบบแผนดั้งเดิมกันมาอย่างเคร่งครัด

มีตัวอย่างกรณีเจ้าหญิงมาร์กาเร็ต พระขนิษฐาในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่มีพระประสงค์จะเสกสมรสกับร้อยเอกปีเตอร์ ทาวน์เซนด์ ชายคนรักในช่วงต้นทศวรรษ 1950

แต่ทรงไม่ได้รับพระราชานุญาตภายใต้คริสตจักรเชิร์ชออฟอิงแลนด์ เนื่องจากร้อยเอกทาวน์เซนด์ไม่มีความเหมาะสมเพราะผ่านการหย่าร้างมาแล้ว

ก่อนหน้านั้นยังมีกรณีของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ที่ทรงยอมสละราชสมบัติ เพื่อไปแต่งงานกับวอลลิส ซิมป์สัน หญิงม่ายชาวอเมริกัน

การยอมรับและอนุญาตให้เจ้าชายแฮร์รีเสกสมรสกับมาร์เคิลได้ จึงอาจเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นการ “เปลี่ยนแปลง” หรือการ “ปรับตัว” ของราชวงศ์อังกฤษได้เป็นอย่างดีในทางหนึ่ง

โอมาร์ ข่าน ผู้อำนวยการสถาบันวิชาการ “รันนีเมด ทรัสต์” เชี่ยวชาญการศึกษาด้านชาติพันธุ์ กล่าวถึงกรณีนี้ว่าหากมองในหลายแง่มุม ราชวงศ์อังกฤษกำลังสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงของสถาบันครอบครัวในอังกฤษยุคสมัยใหม่ที่ปัจจุบันกลายเป็นสังคมที่มีความหลากหลายทางด้านชนชาติและชาติพันธุ์

และการที่มาร์เคิลได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนชาวอังกฤษและราชวงศ์อังกฤษยังเน้นย้ำให้เห็นว่าสถาบันได้มีความเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนภายใต้ยุคปกครองของควีนเอลิซาเบธที่ 2ขณะที่โรยาห์ นิกกาห์ ผู้สื่อข่าวสายราชสำนักของซันเดย์ไทม์ส บอกว่า ควีนอังกฤษและพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงทำได้อย่างดีมากในการปรับตัวให้เข้ากับกาลเวลาที่ผันเปลี่ยนไปสู่ยุคสมัยใหม่

ความสดใสและพลังของคนวัยหนุ่มสาวอย่างเจ้าชายแฮร์รีและมาร์เคิลยังจะช่วยเป็นตัวเร่งขับเคลื่อนให้การปรับตัวดังกล่าวเป็นไปได้ด้วยดี

นักวิเคราะห์หลายคนยังมองว่าการโอบรับมาร์เคิลเข้าเป็นสมาชิกใหม่ของราชวงศ์อังกฤษ ยังเป็นส่วนเติมเต็มพลังราชนิกุลรุ่นใหม่ ที่จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีและความนิยมชื่นชมในตัวสถาบันให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น ที่ตอนนี้มีการให้ฉายาเรียกขานในวงสื่อว่า “เดอะ แฟ้บ โฟร์” (The Fab Four) หรือ 4 มหัศจรรย์ อันหมายถึง เจ้าชายวิลเลียม ดัชเชสเคท เจ้าชายแฮร์รี และมาร์เคิล

คุณลักษณะเฉพาะตัวของมาร์เคิล ทั้งในความเป็นผู้หญิงสดใส เปิดเผย พึ่งตนเอง และมีบทบาทเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิที่เคยทำงานให้กับสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทำให้มาร์เคิลถูกมองว่าจะมีส่วนช่วยให้ประชาชนชาวอังกฤษรู้สึกสัมผัสและเข้าถึงราชวงศ์ได้ง่ายมากขึ้น

และตัวเธอน่าจะทำงานเข้าขาได้เป็นอย่างดีกับสมาชิกเดอะ แฟ้บ โฟร์ ที่เหลือ

ซึ่งมาร์เคิลได้ร่วมทำงานด้วยแล้วในองค์กรการกุศลต่างๆ ที่เจ้าชายวิลเลียม ดัชเชสเคท และเจ้าชายแฮร์รีทรงร่วมเป็นองค์อุปถัมภ์อยู่

เชื่อว่าเดอะ แฟ้บ โฟร์ จะเป็นพลังขับเคลื่อนส่งเสริมภาพลักษณ์สถาบันอันเป็นที่เคารพรักของชาวอังกฤษได้อย่างแข็งแกร่งแน่นอน…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *