ข่าวรอบโลก

มาตรการเยียวยาด้านการค้าของทรัมป์ หมาเห่าไม่กัด?

ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่าได้ใช้ความพยายามเป็น 2 เท่าเพื่อต่อสู้กับการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่ออเมริกาเมื่อเทียบกับสมัยที่บารัค โอบามา ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

แต่จากการพิจารณาข้อมูลอย่างใกล้ชิด ความพยายามของเจ้าหน้าที่ด้านการค้าของสหรัฐที่จะตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนอย่างไม่ถูกกฎหมายที่ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายบริษัทของสหรัฐ แสดงให้เห็นว่าความพยายามของทีมทรัมป์ดูเหมือนจะล้าหลังกว่า

สล็อตออนไลน์

ถึงตอนนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ได้ทำให้คำเตือนที่ร้ายแรงที่สุดด้านการค้าของเขาสำเร็จลุล่วง

เขาล่าถอยจากคำขู่ที่จะฉีกข้อตกลงการค้าสำคัญเป็นชิ้นๆ และเมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา ถึงกับเอ่ยว่าเขาอาจจะกลับเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งเขาถอนตัวออกมาหลังจากเข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว

ทรัมป์ยังยกเว้นคู่ค้ารายใหญ่ของอเมริกาชั่วคราวจากมาตรการลงโทษทางภาษีต่อเหล็กและอะลูมิเนียม ขณะที่พิกัดอัตราภาษีศุลกากรที่รุนแรงที่สุดต่อจีนยังไม่มีผลบังคับใช้

ทว่า นับตั้งแต่ปีที่แล้ว ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้อวดอ้างถึงความพยายามในการกำหนดกำแพงภาษีอย่างรวดเร็วและรุนแรงต่อสินค้าหลายอย่างในภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิต

เป้าหมายคือการปกป้องผู้ผลิตสินค้าอเมริกันจากผลิตภัณฑ์ที่ถูกกล่าวหาว่าทุ่มตลาดสหรัฐด้วยมูลค่าที่ต่ำและอยู่ภายใต้การสนับสนุนที่อ้างว่าไม่เป็นธรรมจากรัฐบาลต่างชาติ

สินค้าเหล่านี้มีหลากหลาย ตั้งแต่มะกอกสเปน ไบโอดีเซลของอาร์เจนตินา กระสอบทอจากเวียดนาม เหล็กและอะลูมิเนียมหลากหลายรูปแบบจากยุโรป เอเชียและแอฟริกา สารเคมีสำหรับอุตสาหกรรม พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต หรือ (เพ็ท) จากปากีสถาน และแอมโมเนียมซัลเฟตที่ใช้ทำปุ๋ยจากจีน เป็นต้น

ทั้งหมดนี้อยู่ในหมวดหมู่สินค้านำเข้าที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ระบุว่าควรจะต้องถูกเก็บภาษีเพิ่มเติมเพื่อปกป้องผู้ค้าของอเมริกา

วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์บอกกับสภาคองเกรสเมื่อเดือนที่แล้วเขาแซงหน้าฝ่ายบริหารของโอบามาไปมากในเรื่องการต่อต้านการทุ่มตลาดและกรณีอากรตอบโต้

“เราริเริ่มดำเนินการในเรื่องนี้ไป 70-80 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าที่เกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลก่อนหน้า” รอสส์กล่าวในระหว่างให้การในเรื่องงบประมาณ “เราได้บรรลุผลสำเร็จหลากหลายกรณีมากกว่าที่ฝ่ายบริหารใดๆ ของรัฐบาลก่อนหน้านี้เคยทำได้ เราบรรลุผลสำเร็จมากกว่า 100 กรณี”อย่างไรก็ตาม ความพยายามเหล่านี้อาจเผชิญกับอุปสรรคเล็กน้อยในการพิจารณาของคณะกรรมการการค้านาชาติของสหรัฐ (ไอทีซี) ซึ่งเป็นคณะทำงานอิสระร่วมของทั้ง 2 พรรคและมีอำนาจในการสกัดกั้นมาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดและการกำหนดกำแพงภาษี “อากรตอบโต้” ของฝ่ายบริหาร หากพวกเขาเห็นว่าไม่เป็นการทำร้ายอุตสาหกรรมของสหรัฐ

และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไอทีซีสกัดกั้นการกำหนดกำแพงภาษีต่อคำสั่งซื้อเครื่องบินเจ็ตระดับกลาง ซีซีรีส์มูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์จากบริษัทบอมบาร์เดียร์ของแคนาดา ท่ามกลางความผิดหวังของโบอิ้ง

jumboslot

คณะกรรมการไอทีซียังปฏิเสธการกำหนดพิกัดอัตราภาษีศุลกากรต่อการนำเข้าไทเทเนียมฟองน้ำจากญี่ปุ่นและคาซัคสถานที่มีมูลค่าการนำเข้ารวมแล้วอยู่ที่ 145.2 ล้านดอลลาร์ โซเดียมกลูโคเนตและกรดกลูโคนิกจากฝรั่งเศส 6.4 ล้านดอลลาร์ และยางรัดจากศรีลังกา 2 ล้านดอลลาร์

และเมื่อหมวดหมู่สินค้าที่ถูกไอทีซีปฏิเสธเหล่านี้ถูกนำมาคำนวณร่วมด้วย ทำให้ในความเป็นจริงแล้วปีแรกของทรัมป์ดูเหมือนจะเชื่องช้ากว่าปีสุดท้ายของบารัค โอบามา รวมแล้วราว 566,000 ล้านดอลลาร์

ที่เรียกได้ว่า มาตรการเยียวยาด้านการค้าของรัฐบาลทรัมป์มีแต่คำขู่ แต่ยังไม่ค่อยเข้าเป้าเท่าไหร่นัก
[ปฏิบัติการกำราบซีเรีย]
กว่า 7 ปีแล้วที่สงครามกลางเมืองในซีเรียปะทุขึ้นและยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้ง่ายๆ

หนำซ้ำยังทวีความร้อนแรงหนักขึ้น

หลังจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส จับมือร่วมกันเป็นพลัง 3 ประสานปฏิบัติการโจมตีซีเรีย

โดยมีเป้าหมายทำลายแหล่งผลิต พัฒนาและสะสมอาวุธเคมี ตลอดจนถล่มฐานบัญชาการของกองกำลังรัฐบาลซีเรีย

เพื่อตอบโต้สิ่งที่ชาติพันธมิตรตะวันตกกล่าวหาว่ารัฐบาลบาชาร์ อัล อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย ใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์!

การโจมตีสั่งสอนซีเรียของชาติพันธมิตรตะวันตกเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ที่ 14 เมษายน มีการยิงจรวดโทมาฮอว์กกว่า 100 ลูก ถล่มพื้นที่เป้าหมายในซีเรีย 3 จุดสำคัญทั้งในกรุงดามัสกัส อันเป็นเมืองหลวง และเมืองฮอมส์ พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอีกแห่งที่ “เพนตากอน” กระทรวงกลาโหมสหรัฐอ้างว่าปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวบรรลุผลตามเป้า โดยถล่มตรงเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำ และปราศจากการเสียเลือดเสียเนื้อ

ทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีหญิงอังกฤษ และประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครง ของฝรั่งเศส ต่างอ้างความชอบธรรมในการโจมตีเพื่อกำราบซีเรียครั้งนี้

โดยทั้งหมดต่างอ้างว่ามีข้อมูลหลักฐานที่ทำให้มั่นใจว่ารัฐบาลอัสซาดใช้อาวุธเคมีในการโจมตีเมืองดูมา พื้นที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา จนเป็นผลให้พลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 40 ราย รวมถึงเด็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่

ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรมและละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ไม่อาจปล่อยให้ซีเรียกระทำสิ่งเลวร้ายเช่นนี้ขึ้นได้อีก

เป็นการกล่าวหาที่ซีเรียและรัสเซีย ชาติพันธมิตรที่ให้การหนุนหลังประธานาธิบดีอัสซาด ปฏิเสธเสียงกร้าว

โดยรัฐบาลอัสซาดยังโต้กลับว่าเป็นการสร้างเรื่องของฝ่ายตรงข้ามเพื่อทำให้เข้าใจผิดซีเรีย

จนถึงขณะนี้สหรัฐ อังกฤษและฝรั่งเศส ยังไม่สามารถแสดงหลักฐานที่มีน้ำหนักชัดเจนตามที่กล่าวอ้างให้โลกประจักษ์ได้ ทั้ง 3 ชาติยังเพียงแต่อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวเปิด เช่น รายงานข่าวจากสื่อและข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในพื้นที่ และอีกส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลข่าวกรองที่ไม่มีการเปิดเผย

เครดิตฟรี

เจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวในระหว่างแถลงข่าวหลังปฏิบัติการโจมตีซีเรียครั้งล่าสุด แสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลอัสซาดได้ใช้สารเคมีอย่างน้อยกว่า 1 ชนิด ในการโจมตีเมืองดูมา ที่น่าจะเป็นก๊าซคลอรีน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอีกรายบอกว่ายังมีข้อมูลสำคัญที่บ่งชี้ว่าอาจจะมีการใช้ก๊าซซารินที่มีฤทธิ์ทำลายประสาทในการโจมตีเมืองดูมาด้วย

ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสอ้างข้อมูลข่าวกรองและข้อมูลจากแหล่งข่าวเปิดที่รวมถึงภาพถ่ายและคลิปวิดีโอเหตุการณ์โจมตีในเมืองดูมาที่มีการแผยแพร่บนเว็บไซต์เฉพาะทางและโซเชียลมีเดียต่างๆ แสดงให้เห็นอาการที่ปรากฏกับเหยื่อในพื้นที่ ซึ่งมีลักษณะอาการคล้ายถูกสารพิษ

โดยสภาพศพเหยื่อที่เสียชีวิตอยู่ในสภาพมีน้ำลายฟูมปาก ผิวหนังเปลี่ยนสี และกระจกตาถูกทำลาย

ฝรั่งเศสจึงอ้างว่ามีเหตุผลฟังขึ้นที่จะทำให้เชื่อได้ว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีในการโจมตี

มีการตั้งข้อสังเกตในแวดวงนักวิเคราะห์ว่าเหตุใดกองกำลังพันธมิตรตะวันตกถึงรีบชิงลงมือโจมตีซีเรียก่อน

แทนที่จะรอผลการตรวจสอบขององค์การเพื่อการห้ามใช้อาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) ที่กำลังจะเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ที่มีการกล่าวหาว่ามีการใช้อาวุธเคมีโจมตีในซีเรีย

และยังมีขึ้นหลังจากไม่กี่วันที่ทรัมป์ประกาศความมุ่งหมายที่จะถอนกำลังทหารสหรัฐที่มีอยู่ราว 2,000 นายออกไปจากซีเรีย หลังจากถูกส่งเข้าไปบดขยี้กลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่เคลื่อนไหวอยู่ในซีเรีย

จนทำให้เหล่านักวิเคราะห์ถึงกับงุนงงในทิศทางนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ที่ดูจะสับสนขัดแย้งกัน

การประกาศท่าทีดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นความพยายามของทรัมป์ที่ต้องการจะทำให้สหรัฐสลัดตัวเองให้หลุดพ้นจากวงปัญหาขัดแย้งในตะวันออกกลางที่สหรัฐเข้าไปพัวพันเกี่ยวข้องนับจากเกิดเหตุวินาศกรรมสหรัฐเมื่อ 17 ปีก่อน ที่ทำให้สหรัฐต้องสูญเสียไพร่พลและงบประมาณไปอย่างสูญเปล่าจำนวนมหาศาล เพื่อที่สหรัฐจะได้กลับมาโฟกัสที่ตัวเองตามนโยบายอเมริกามาก่อนของทรัมป์

ทว่า การยื่นมือเข้าไปแทรกแซงปัญหาซีเรียในครั้งนี้ จุดคำถามและความหวั่นกลัวว่าจะกลายเป็นการดึงสหรัฐให้ลากยาวอยู่ในวังวนปัญหานี้ต่อไปได้

แต่ในความเห็นของนักวิเคราะห์บางคนอย่าง เมแกน โอซัลลิแวน มองว่า การตีกรอบจำกัดการโจมตีเป้าหมายโดยใช้เวลาเพียงชั่วคืนเดียวและทำร่วมกับอังกฤษและฝรั่งเศส

สล็อต

ถือเป็นการส่งสารปรามซีเรียให้ได้รับรู้ ขณะเดียวกัน ยังเป็นการหลีกเลี่ยงที่สหรัฐจะเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งในปัญหานี้และยังลดความเสี่ยงที่จะเป็นการกระตุ้นให้รัสเซียและอิหร่าน ชาติพันธมิตรสำคัญของซีเรีย เข้ามาร่วมงัดข้อตอบโต้กลุ่มพันธมิตรตะวันตกด้วย

ซึ่งหากสถานการณ์ขัดแย้งมีแนวโน้มพัฒนาไปในทางตรงกันข้าม สงครามโลกครั้งที่ 3 ที่ประชาคมโลกหวั่นกลัวกันอยู่ ก็อาจจะปะทุขึ้นได้!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *